วันจันทร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2557

ทีมโยโกฮามา เอฟ มารินอส



ประวัติ
โยโกฮามา เมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และนั่นก็เปิดโอกาสให้กีฬาฟุตบอลได้ยกพลขึ้นบกมาพร้อมๆกับเหล่าทหารเรือแห่งกองทัพอังกฤษ ในช่วงศตวรรษที่ 19 จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองนี้จะมีชื่อเรียกว่า "มารินอส" หรือ "เซเลอร์ส" ในภาษาสเปน ซึ่งหมายถึง กะลาสี หรือ ทหารเรือนั่นเอง

สโมสรก่อตั้งขึ้นในปี 1972 ในนามของบริษัท นิสสัน มอเตอร์ หลังจากนั้นก็ไต่ระดับจากลีคภูมิภาค กลายมาเป็นมหาอำนาจแห่งวงการฟุตบอลญี่ปุ่นที่กวาดแชมป์ระดับชาติ ในปี 1989 และ 1990

หลังจากเปลี่ยนชื่อมาเป็น โยโกฮามา มารินอส และเป็นสโมสรแรกที่เข้า เจลีก ในปี 1991 ต่อมาในปี 1992 ก็คว้าถ้วย เอมเพอเรอร์คัพ เป็นรางวัลแรกในระดับสโมสรอาชีพ

ฤดูกาลแรกที่เรียกได้เต็มปากเต็มคำว่าเป็นฟุตบอลระดับอาชีพ เริ่มขึ้นในวันที่ 15 พฤษภาคม 1993 มารินอส ลงเล่นในนัดเปิดสนามและเฉือนชนะคู่แข่ง เวอร์ดี คาวาซากิ ไปได้ด้วยสกอร์ 2-1

แต่พวกเขาต้องรอมาจนถึงปี 1995 กว่าจะมาได้แชมป์เจลีกเป็นครั้งแรก จากการปราบ เวอร์ดี คู่ปรับรายสำคัญลงได้ใน เลกที่สองรอบชิงชนะเลิศ จากการที่ก่อนหน้านั้นมารินอสคว้าแชมป์ของสเตจแรกมาได้

จากการยุบทีมของคู่แข่งร่วมเมืองอย่าง โยโกฮามา ฟูเกลส์ ตอนจบฤดูกาล 1999 มารวมกับ มารินอส ทำให้พวกเขาตัดสินใจเติมอักษร "F" ลงไปในด้วย และนั่นก็คือที่มาของชื่อทีมในปัจจุบัน

ยุคทองมารินอสเริ่มขึ้นตั้งแต่ในช่วงต้นปี 2000 ด้วยการคว้าแชมป์ติดต่อกันในปี 2003 และ 2004 เช่นเดียวกับที่พวกเขาเคยทำได้ใน ยามาซากิ นาบิสโกคัพ ปี 2001

นอกจากจะเป็นอันดับหนึ่งของการบ่มเพาะผู้เล่นเพื่อนป้อนให้แก่ทีมชาติญี่ปุ่นชุดสู้ศึกฟุตบอลโลก พวกเขายังเป็นทีมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเจลีกเสมอมา แม้ช่วงหลังจะร้างราตำแหน่งแชมป์มานานแล้วก็ตาม
ดาราเด่น
กัปตันทีมคนแรกของ โยโกฮามา เอฟ มารินอส คือ คาสุชิ คิมูระ ในวัย 34 ปีเขาพาทีมเปิดตัวในเจลีกได้อย่างยิ่งใหญ่ และปัจจุบันก็ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมอีกด้วยเช่นเดียวกับ รามอน ดิแอซ ผู้เล่นที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในเวลานั้น ซึ่งเป็นผู้ที่มีโอกาสได้กอดถ้วยดาวซัลโวในปี 1993 ด้วยการยิง 28 ประตูในเจลีก 

มาซามิ อิฮารา เซ็นเตอร์แบ็คผู้สง่างามที่ค้าแข้งกับ มารินอสอยู่นับสิบปี ทั้งยังเป็นกัปตันทีมคนสำคัญในประวัติศาสตร์ที่นำทัพซามูไรบลูไปสัมผัสบรรยากาศของฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในปี 1998

โยชิคัตสึ คาวางูจิ ป้องกันประตูให้มารินอสในช่วงปี 1995-2001 ก่อนจะไปเสี่ยงโชคที่แผ่นดินอังกฤษกับพอร์ทสมัธ ต่อมาภายหลังคาวางูจิ กลับมาที่ญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมทีม จูบิโล อิวาตะ และลงเล่นในเจลีกรวมแล้วมากกว่า 400 นัด

อีกรายที่เริ่มต้นอาชีพกับ โยโกฮามา ซึ่งต้องถือว่าเป็นผู้เล่นที่น่าอัศจรรย์คนหนึ่งของญี่ปุ่น เขาคือ ชุนซุเกะ นาคามูระ ที่ไปโลดเล่นและประสบความสำเร็จกับหลายสโมสรในยุโรป ทั้ง เรจจินา , กลาสโกว์ เซลติก และ เอสปันญอล ปัจจุบันเขาก็ได้กลับมาช่วยทีม โยโกฮามา เอฟ มารินอส และทำผลงานได้ดีทีเดียว

แนวรับเปี่ยมพรสวรรค์คนต่อมาคือ ยูจิ นาคาซาวา หนึ่งในวีรบุรุษของทีมชาติญี่ปุ่นในเวทีฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้

สำหรับผู้เล่นต่างชาติผู้ที่น่าจดจำคนหนึ่งต้องยกให้ มาควินญอส ผู้ทำประตูสูงสุดตลอดการเป็นอันดับ 4 ด้วยการทำทั้งหมด 130 ประตู
สนามเหย้า
ด้วยการเดินเพียง 15 นาทีจากสถานทีรถไฟฟ้า ชิน-โยโกฮามา, นิสสัน สเตเดียม อีกหนึ่งความภูมิใจของคนญี่ปุ่น ที่รองรับแฟนบอลได้มากถึง 72,000 คน เปิดทำการในปี 1998 ที่นั่ง 2 ชั้นทั้ง 2 ฝั่งของสนามและลู่วิ่งที่ล้อมรอบสนามฟุตบอลแห่งนี้เคยทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพในการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2002 มาแล้ว และในรอบชิงชนะเลิศ ที่บราซิลคว้าชัยเหนือเยอรมัน 2-0 ก็เกิดขึ้นที่นี่ นอกจากนี้บางครั้งยังถูกใช้งานเพื่อรองรับทีมชาติญี่ปุ่นอีกด้วย

แต่เมื่อใดที่รังเหย้าหลักของพวกเขาไม่สามารถใช้งานได้ มิตสึซาวา สเตเดียม ที่อยู่ใกล้กันจะเป็นตัวเลือกที่พวกเขาใช้แทน แม้จะคับแคบกว่ากันเนื่องจากมีความจุแค่ 15,000 แต่ก็สามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยรถบัส
ชุดแข่งและสีเสื้อ
มารินอสใช้เสื้อสีน้ำเงินและแดง กางเกงสีขาว ซึ่งนั่นทำให้ "Tricolore" กลายเป็นชื่อเรียกแฟนๆของพวกเขา การออกแบบส่วนใหญ่ในหลายปีที่ผ่านมาล้วนแล้วแต่ดึงเอาองค์ประกอบมาจากเครื่องแบบของกะลาสีเรือ และในช่วงหลังก็ได้เพิ่มลวดลายของนกนางนวล และสมอเรือเข้าไปด้วย
มาสคอต
มาสคอตดั้งเดิมของสโมสรมีชื่อว่า มารินอสคุง เป็นนกนางนวลซึ่งก็คือสัญลักษณ์ของโยโกฮามาอยู่แล้วนั่นเอง ต่อมามีการเปิดตัวหลานชายของ มารินอสคุง ชื่อว่า มาริโนะซุเกะ ในปี 2000